วิเคราะห์สถานะการเทรดประจำวันพฤหัสบดี:
กราฟ 1H ของคู่เงิน GBP/USD
คู่เงิน GBP/USD เคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดีตลอดทั้งวันพฤหัสบดี และเมื่อดูในกรอบเวลา 5 นาทีจะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นหลังการประชุมของ Bank of England ดังนั้น การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษจึงเป็นเหตุการณ์เพียงอย่างเดียวเมื่อวานนี้ที่ตลาดตอบสนองอย่างชัดเจน จะบอกว่าผลการประชุมมีลักษณะ “Hawkish” อย่างชัดเจนก็ไม่ใช่ เพราะธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม และผลการลงคะแนนของคณะกรรมการนโยบายการเงินเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยก็ออกมาตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ อีกทั้งยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตอย่างแน่นอนด้วย อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมองว่าความเป็นไปได้ของการเข้มงวดนโยบายการเงินในยุโรปหรืออังกฤษจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงนั้น มีมากกว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้เงินยูโรและเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น โดยภาพรวมแล้ว สกุลเงินยุโรปควรมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นได้อยู่แล้วแม้ไม่มีปัจจัยนี้เพิ่มเติม เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับสำหรับการปรับตัวแข็งค่าในระยะกลาง
กราฟ 5M ของคู่เงิน GBP/USD
ในกรอบเวลา 5 นาที มีสัญญาณเทรดเกิดขึ้น 3 ครั้งในวันพฤหัสบดี ช่วงต้นวันเริ่มจากสัญญาณหลอกที่เป็นการเบรกหลุดลงต่ำกว่าบริเวณ 1.3476-1.3489 แต่สัญญาณซื้อถัดมากลับกลายเป็นสัญญาณที่ถูกต้อง ภายในสิ้นวัน GBP แข็งค่าขึ้นมาถึงเป้าหมายใกล้เคียงบริเวณ 1.3587-1.3598 และทะลุผ่านขึ้นไปได้ ดังนั้นสถานะ Long ที่เปิดไว้ทำกำไรได้อย่างน้อย 75 pips
แนวทางการเทรดในวันศุกร์:
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง คู่เงิน GBP/USD ยังคงสร้างแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง แต่ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวอยู่ในลักษณะ Sideway ยังไม่มีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนสำหรับการแข็งค่าระยะกลางของดอลลาร์ ดังนั้นจึงคาดว่าจะเห็นการกลับมาสานต่อแนวโน้มขาขึ้นที่เกิดขึ้นในปี 2025 ต่อไปในปี 2026 หากไม่มีการยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ ดอลลาร์จะไม่สามารถรักษาการปรับตัวขึ้นที่เกิดขึ้นตลอดสองเดือนที่ผ่านมาไว้ได้อีกต่อไป เหตุการณ์เฉพาะจุดอาจยังคงกระตุ้นให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้เป็นครั้งคราว แต่โดยภาพรวมแล้ว ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มมีน้ำหนักน้อยลง
ในวันพฤหัสบดี เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะ Short ได้หากราคายืนต่ำกว่าบริเวณ 1.3587-1.3598 อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายที่บริเวณ 1.3476-1.3489 หากราคายืนเหนือบริเวณ 1.3587-1.3598 ได้อย่างมั่นคง จึงจะสามารถเปิดสถานะ Long ใหม่โดยตั้งเป้าหมายไปที่ระดับ 1.3695
ในกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาที่ใช้สำหรับการเทรดตอนนี้คือ 1.3175-1.3180, 1.3259-1.3267, 1.3319-1.3331, 1.3380-1.3386, 1.3476-1.3489, 1.3587-1.3598, 1.3695, 1.3741-1.3751 วันนี้ ปฏิทินเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรไม่มีตัวเลขสำคัญ ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ จะมีการประกาศดัชนี ISM Manufacturing ที่ถือว่ามีความสำคัญพอสมควร
กฎหลักของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณพิจารณาจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณ (การดีดตัวหรือการเบรกทะลุระดับราคา) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งแข็งแรง
- หากมีการเปิดออเดอร์ 2 ครั้งขึ้นไปใกล้ระดับราคาเดิมแล้วปรากฏว่าเป็นสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดที่มาจากระดับราคานั้นควรถูกละเลย
- ในสภาวะตลาด Sideway คู่สกุลเงินใด ๆ สามารถให้สัญญาณหลอกได้จำนวนมาก หรืออาจไม่ให้สัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจไม่ทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว
- ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD เพื่อเทรดเฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดีและมีแนวโน้มชัดเจน ซึ่งได้รับการยืนยันจากเส้นแนวโน้มหรือช่องแนวโน้ม
- หากมีระดับราคาสองระดับที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกันประมาณ 5–20 pips) ให้มองเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้าน
- เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ต้องการได้ 15 pips แล้ว ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน
สิ่งที่เห็นบนกราฟ:
ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้าน – ระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดสถานะซื้อหรือขาย หรือใช้เป็นจุดกำเนิดของสัญญาณเทรด
เส้นสีแดง – ช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้มที่แสดงแนวโน้มปัจจุบัน และบอกทิศทางที่เหมาะสมสำหรับการเทรดในตอนนี้
อินดิเคเตอร์ MACD (14, 22, 3) – ฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
การแถลงสำคัญและรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ (ที่อยู่ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลขเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวอย่างรุนแรงของราคาในทิศทางตรงข้ามกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาด Forex ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การมีระบบการเทรดที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่ดี คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว